image
0

ลำดับชั้นกฎหมายที่ใช้ในการบริหารงานของมหาวิทยาลัยมหิดล

            มหาวิทยาลัยมหิดลได้เปลี่ยนฐานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐตั้งแต่วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๐  เหตุผล คือ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการที่เป็นอิสระ และมีความคล่องตัว  สามารถจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  รวมทั้งมีความเป็นอิสระและความเป็นเลิศทางวิชาการ  แต่อย่างไรก็ตามมหาวิทยาลัยมหิดลก็ยังอยู่ในการกำกับและดูแลของรัฐมนตรี  รวมทั้งได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอยู่  ดังนั้น มหาวิทยาลัยมหิดลนอกจากจะต้องบริหารกิจการของมหาวิทยาลัยตามกฎหมายของตัวเองแล้ว  จะต้องปฏิบัติตามกฏหมายกลางและหนังสือสั่งการจากรัฐบาลด้วย

            ในการนี้  จะขออธิบายในส่วนลำดับชั้นกฎหมายของมหาวิทยาลัยมหิดลที่ใช้ในการบริหารงาน  ไว้ดังนี้                

พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล  พ.ศ.  ๒๕๕๐  เป็นกฎหมายแม่บทที่ใช้ในการบริหารงานของมหาวิทยาลัยมหิดล

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล  คือ  กฎหมายลำดับรองที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล  พ.ศ.  ๒๕๕๐  และผู้ที่มีอำนาจออกข้อบังคับ  คือสภามหาวิทยาลัยมหิดล

ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล  คือ  กฎหมายลำดับรองที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๕๐ หรือข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อกำหนดรายละเอียดปลีกย่อยที่อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงในเวลาต่อมา  เพื่อให้ทันกับเหตุการณ์สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งผู้ออกประกาศได้แก่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือ อธิการบดีแล้ว       แต่กรณี

ประกาศคณะวิทยาศาสตร์  คือ  กฎหมายลำดับรองที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามที่ข้อบังคับและประกาศของมหาวิทยาลัยมหิดลกำหนดไว้ หรือออกโดยอาศัยอำนาจของผู้บริหารโดยตรง  ซึ่งแบ่งออกเป็น  ดังนี้

ก. ประกาศคณะวิทยาศาสตร์ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามที่ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดลหรือประกาศของมหาวิทยาลัยมหิดล  ซึ่งผู้มีอำนาจออกประกาศ  คือ  คณบดี ซึ่งในบางครั้งอาจต้องได้รับความเห็นชอบจากกรรมการประจำคณะก่อน  เช่น  ประกาศเกี่ยวกับการเก็บเงินค่าบริการวิชาการ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการประจำคณะก่อน ตามข้อ ๑๓ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการบริหารงบประมาณและการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ข. ประกาศคณะวิทยาศาสตร์ที่ออกโดยอาศัยอำนาจของผู้บริหารโดยตรง  เพื่อแจ้งให้บุคลากร หรือบุคคลทั่วไปได้รับทราบในเรื่องหนึ่งเรื่องใด เกี่ยวกับการดำเนินงานหรือแนวทางปฏิบัติที่กำหนดขึ้น  เช่น ประกาศเรื่อง กำหนดเวลา เปิด-ปิด  ประตูของ    คณะวิทยาศาสตร์  พ.ศ. ๒๕๕๒  หรือประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์  การอนุญาตจอดรถยนต์ภายในคณะวิทยาศาสตร์  พ.ศ. ๒๕๕๓  เป็นต้น

 

ทั้งนี้  การใช้กฎหมายในการปฏิบัติงาน  หากกฎหมายลำดับต่างๆ ขัดแย้งกัน  จะต้องยึดถือหรือปฏิบัติตามกฎหมายที่มีศักดิ์สูงกว่า  แต่ถ้าหากกฎหมายที่อยู่ในลำดับเดียวกันขัดแย้งกัน  จะต้องดูว่ากฎหมายนั้นออกโดยอาศัยอำนาจกฎหมายอะไรที่มีศักดิ์สูงกว่า   แต่ถ้าหากกฎหมายที่ออกโดยอาศัยอำนาจมีศักดิ์เท่ากันอีก  ให้ใช้กฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งกับข้อเท็จจริงมากที่สุด

 

 

สุนทร  บัวจันทร์

นิติกร  งานบริหารและธุรการ

FacebookTwitterGoogle+Share

WebMaster

Leave a Reply