0

โครงการบริการวิชาการฝึกอบรมหลักสูตร “การบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน”

กองคลังมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ผู้เข้าร่วมอบรม   : นางวันทนีย์  ชูศิริโรจน์

สถานที่              :  ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพฯ ห้องบงกชรัตน์ B

ระยะเวลา          :  วันพฤหัสบดีที่ 14 ถึง วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม 2557

วัตถุประสงค์ในการอบรม :

  1. เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดของหลักการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในรวมทั้งนำไปสู่การปฏิบัติงานได้อย่างแท้จริง
  2. เพื่อให้ได้รับการพัฒนาและสร้างทักษะการปฏิบัติงานอันจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กร
  3. เพื่อให้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแนวทางในภาคปฏิบัติระหว่างองค์กร

ประโยชน์ที่นำกลับมาใช้ :

  1. สามารถนำความรู้ แนวคิด ที่ได้รับจากการฝึกอบรมไปใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. สามารถนำปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ที่ได้รับจากการฝึกอบรมมาเป็นแนวทางการพัฒนาระบบงานของหน่วยงานได้

 

หลักสูตรการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน

วันที่ 14 – 15 สิงหาคม 2557

การบริหารความเสี่ยงจะเป็นส่วนขยายของการควบคุมภายในให้มุมมองที่กว้างกว่า ขยายมุมมองในการพิจารณาความเหมาะสม การกำหนดกลยุทธ์

ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน

กรอบการบริหารความเสี่ยง กรอบการควบคุมภายใน
  1. วัตถุประสงค์ด้านกลยุทธ์
  2. วัตถุประสงค์ด้านการปฏิบัติงาน
  3. วัตถุประสงค์ด้านการรายงาน
  4. วัตถุประสงค์ด้านการปฏิบัติตาม

กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ

                                      -

  1. วัตถุประสงค์ด้านการปฏิบัติงาน
  2. วัตถุประสงค์ด้านการรายงาน
  3. วัตถุประสงค์ด้านการปฏิบัติตาม

กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ

 

  • การบริหารความเสี่ยงไม่ได้เป็นการแทนที่การควบคุมภายในแต่การควบคุมภายในเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิผล
  • กรอบบริหารความเสี่ยงเป็นการขยายองค์ประกอบ “การประเมินความเสี่ยง” ของการควบคุมภายในให้ชัดเจนเป็น 4 องค์ประกอบ

ความเสี่ยง คือ ความไม่แน่นอนที่อาจนำไปสู่ความเสียหาย เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนและจะส่งผลกระทบในเชิงลบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร

ประเภทความเสี่ยง

  1. ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk)
  2. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk)
  3. ความเสี่ยงด้านการรายงาน(Reporting Risk)
  4. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบและข้อบังคับ (Compliance Risk)

วิธีการบริหารความเสี่ยงมี 4 วิธีคือ

-          การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Terminate)

-          การลดความเสี่ยง (Treat)

-          การยอมรับความเสี่ยง (Take)

-          การถ่ายโอนความเสี่ยง (Transfer)

การควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการที่ผู้กำกับแลฝ่ายบริหารและบุคลากรทุกระดับขององค์กรกำหนดให้มีขึ้น เพื่อให้มีความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานจะบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์

ระเบียบ คตง.ว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน พ.ศ. 2544จะประกอบด้วย                   5 องค์ประกอบ                                                          บรรลุวัตถุประสงค์ 3 ด้าน

  1. สภาพแวดล้อมของการควบคุม
  2. การประเมินความเสี่ยง                                               การดำเนินงาน (O)
  3. กิจกรรมการควบคุม                                                   รายงานการเงิน (F)
  4. สารสนเทศและการสื่อสาร                                          การปฏิบัติตามกฎ(C)
  5. การติดตามประเมินผล

การควบคุมแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

  1. การควบคุมเชิงนามธรรม (Soft Controls)  หมายถึง การควบคุมที่เกิดขึ้นจากจิตสำนึก การกระทำ ทักษะ ความสามารถของบุคลากรทุกระดับ/แสดงออกให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อองค์กร เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้  ส่งเสริมให้การปฏิบัติงานประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์กร :  ความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส ความมีคุณธรรม/จริยธรรมความขยันขันแข็ง ความรับผิดชอบ
  2. การควบคุมเชิงรูปธรรม (Hard Controls) หมายถึง การควบคุมที่ฝ่ายบริหารกำหนดขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นแนวทางการปฏิบัติงานให้ประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ เป็นสิ่งที่จับต้องได้ เช่น ผังโครงสร้างองค์กร นโยบาย คู่มือการปฏิบัติงาน

การควบคุมภายในจะมีประสิทธิผลเพียงใดขึ้นอยู่กับการควบคุมทั้งสองส่วนประกอบกัน หน่วยงานที่มีระบบการควบคุมภายที่มีประสิทธิผลจะให้ความสำคัญในเรื่งอการควบคุมเชิงนามธรรมแต่ก็ไม่ได้ละเลยการควบเชิงรูปธรรม

องค์ประกอบ 5 ประการของมาตรฐานการควบคุมภายใน

  1. สภาพแวดล้อมของการควบคุม (Control Environment)
  2. การประเมินความเสี่ยง (Risk Activities)
  3. กิจกรรมการควบคุม (Control Activities)
  4. สารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communications)
  5. การติดตามประเมินผล (Monitoring)

สภาพแวดล้อมของการควบคุม  หมายถึง ปัจจัยต่างๆที่ส่งเสริมให้องค์ประกอบการควบคุมภายในอื่นๆมีประสิทธิผล หรือทำให้การควบคุมที่มีอยู่มีประสิทธิผลยิ่งขึ้นหรือทำให้บุคลากรให้ความสำคัญกับการควบคุมมากขึ้น

ปัจจัยสภาพแวดล้อมของการควบคุม

  1. ความซื่อสัตย์และจริยธรรม
  2. การพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากร
  3. คณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการตรวจสอบ
  4. ปรัชญาและรูปแบบการบริหารของผู้บริหาร
  5. โครงสร้างองค์กร
  6. การมอบอำนาจและหน้าที่ความรับผิดชอบ
  7. นโยบายและวิธีบริหารงานบุคคล

การประเมินความเสี่ยง หมายถึง กระบวนการสำคัญที่ใช้ในการระบุและวิเคราะห์ความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร รวมทั้งการค้นหาและนำเอาวิธีการควบคุมเพื่อป้องกันหรือลดความเสี่ยงมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อองค์กร

กิจกรรมการควบคุม หมายถึง วิธีการต่างๆ ที่ฝ่ายบริหารกำหนดหรือออกแบบและนำมาใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อป้องกันหรือลดความเสี่ยง นโยบายและระเบียบวิธีปฏิบัติรวมถึงมาตรการต่างๆ ที่ฝ่ายบริหารกำหนดขึ้นเพื่อให้บุคลากรนำไปปฏิบัติ เพื่อลดหรือควบคุมความเสี่ยง ได้รับการสนองตอบโดยมีการปฏิบัติตาม

สารสนเทศและการสื่อสาร หมายถึง ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล ถูกจัดให้อยู่ในรูปที่มีความหมายและเป็นประโยชน์ต่อการใช้งาน การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างบุคลากรทั้งภายใน/นอกองค์กรใช้คนในการติดต่อสื่อสารเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

การติดตามประเมินผล หมายถึง กระบวนการประเมินคุณภาพการปฏิบัติงาน/ประเมินประสิทธิผลของการควบคุมภายที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง/สม่ำเสมอ เกิดความมั่นใจระบบการควบคุมภายในที่กำหนดไว้ มีความเพียงพอ/เหมาะสม มีการปฏิบัติจริง ข้อบกพร่องที่พบได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม/ทันเวลา

การประเมินเป็นรายครั้ง

  1. การประเมินการควบคุมด้วยตนเอง (CSA)

เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงระบบการควบคุมภายใน

กลุ่มผู้ปฏิบัติงานของส่วนงานย่อยร่วมกันพิจารณาเพื่อปรับปรุงกิจกรรมการควบคุม

ฝ่ายบริหารควรกำหนดให้มีการประเมินการควบคุมด้วยตนเอง ทุกส่วนงานย่อยภายในองค์กร

  1. การประเมินการควบคุมอย่างเป็นอิสระ

โดยผู้ตรวจสอบภาย/ภายนอก/ที่ปรึกษาภายนอก

  1. การรายงานผลการประเมินและการสั่งการแก้ไข

การประเมินการควบคุมด้วยตนเอง (Control Self Assessment : CSA)

วัตถุประสงค์

  1. การควบคุมที่มีอยู่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะควบคุม/ป้องกันความเสี่ยงได้หรือไม่
  2. โอกาสเกิดความเสี่ยง ผลกระทบ และระดับความเสี่ยงอยู่ในระดับใด
  3. ปรับปรุงการควบคุมให้ควบคุมความเสี่ยงได้

การรายงานตามระเบียบฯข้อ 6

  1. ทำความเห็นว่าระบบการควบคุมภายในขององค์กรที่ใช้อยู่มีมาตรฐานตามระเบียบนี้หรือไม่
  2. รายงานผลการประเมินความเพียงพอและประสิทธิผลของระบบการควบคุมภายใน  ในการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด รวมทั้งข้อมูลสรุปผลการประเมินแต่ละองค์ประกอบของการควบคุมภายใน
  3. จุดอ่อนของระบบการควบคุมภายใน พร้อมข้อเสนอแนะและแผนการปรับปรุงระบบการควมคุมภายใน

 

FacebookTwitterGoogle+Share

WebMaster

Leave a Reply