0

สาระน่ารู้ : การสร้างสรรค์ผลงานเพื่อเตรียมการขอตำแหน่งผู้ชำนาญการพิเศษ หรือเชี่ยวชาญ

สาระน่ารู้ : การสร้างสรรค์ผลงานเพื่อเตรียมการขอตำแหน่งผู้ชำนาญการพิเศษ หรือเชี่ยวชาญ

สำหรับบุคลากรสายสนับสนุน ตอนที่ 1

โดย นายคำรณ โชธนะโชติ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

                                 “คุณอย่างเพลิดเพลินกับการทำงานประจำ เพราะไม่ทำให้เราพัฒนา เรียนรู้มาปีหนึ่งพอแล้ว จากนี้ไปต้องใช้เวลาทำงานประจำให้น้อยลง งานหนึ่งงานเคยใช้เวลาทำ 100 % ก็ต้องทำให้เสร็จภายใน 75% เราจะได้เอาเวลาอีก 25 % ที่เหลือไปพัฒนาหน่วยงานและระบบงานให้ดีขึ้น” ศาสตราจารย์ คลินิก นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลกล่าวไว้

ยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ปี2556 – 2559 กำหนดยุทธศาสตร์ที่ 9 คือ สร้างความเป็นเลิศด้านทรัพยากรบุคคล (Human Resource Excellence)  โดยกำหนดความเติบโตก้าวหน้าของบุคลากรสายสนับสนุนให้ได้ตำแหน่งชำนาญการพิเศษ หรือชี่ยวชาญ ไว้ร้อยละ 30  ดังนั้น บุคลากรสายสนับสนุนทุกท่านจึงมีส่วนร่วมที่จะทำให้มหาวิทยาลัยบรรลุตัวชี้วัดนี้  (Corporate KPI)  คณะวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นส่วนงานภายใต้มหาวิทยาลัยมหิดล       จึงต้องพยายามดำเนินกิจกรรมเพื่อการพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าวข้างต้น  ในเบื้องต้น มาทำความเข้าใจร่วมกันก่อนว่าการสร้างสรรค์ผลงานสำคัญอย่างไร และชิ้นงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการขอกำหนดชำนาญการพิเศษ หรือเชี่ยวชาญได้มีอะไรบ้าง  รวมถึงเกร็ดน่ารู้การสร้างสรรค์ผลงาน

ความสำคัญของการสร้างสรรค์ผลงาน

ความสำคัญของการสร้างสรรค์ผลงาน

การสร้างสรรค์ผลงานจากงานประจำหรือ R2R  จะนำมาซึ่งการทำงานอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถคิดวิเคราะห์ได้อย่างมีเหตุผล การทำงาน R2Rไม่ใช่ทำวันเดียวแล้วเลิกกันแต่ต้องสะสมผลงานไปเรื่อย ๆ ท้ายที่สุดผลงานนั้นจะนำไปใช้ยื่นขอกำหนดตำแหน่งชำนาญการพิเศษ หรือเชี่ยวชาญ ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงานของบุคลากรสายสนับสนุน

ประเภทของงานผลที่สร้างสรรค์ที่นำไปใช้ขอกำหนดตำแหน่ง มีดังนี้

ประเภทคู่มือปฏิบัติงาน2

 

สำหรับตอนที่ 1 นี้จะขอกล่าวถึงผลงานประเภทคู่มือปฏิบัติงานเป็นลำดับแรก ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้

ประเภทคู่มือปฏิบัติงาน

 

*ภาพจากกองทรัยากรบุคคล มหาวิทยาลัยมหิดล

                                 จุดเน้นของการทำคู่มือปฏิบัติงาน กล่าวคือ คู่มือไม่ใช่การรวบรวมเอกสาร กฎ ระเบียบ ให้ดูเล่มหนาๆ ที่สำคัญคุณค่าของคู่มือปฏิบัติงานอยู่ที่ คู่มือฉบับนั้นได้เขียนจากเทคนิควิธีการของตนเอง มีการยกตัวอย่างลักษณะกรณีศึกษาและเสนอแนวทางแก้ปัญหาที่ได้ปฏิบัติจริงมาแล้ว และเรียบเรียงเป็นแนวคิดของตนเอง       มีการนำเสนอปัญหาและอุปสรรคในการทำงานเรื่องนั้น ๆ ซึ่งเกิดจากการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ  เช่น จากผู้มีประสบการณ์ จากผู้รู้ หรือจากประสบการณ์ตนเอง แล้วนำมาสรุปและเขียนอธิบายพร้อมเสนอแนวทางการแก้ปัญหาที่ได้ปฏิบัติจริงมาแล้วเพื่อผู้อ่านหรือผู้สนใจได้ใช้ไปเป็นแนวทางประกอบการทำงาน การแก้ปัญหาและการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้คู่มือควรเสนอให้เป็นระบบและมีขอบเขตชัดเจนโดยนำเสนอตามรูปแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด  และสิ่งที่ต้องไม่ลืมคือการอ้างอิงผลงาน (Plagiarism) ตามรูปแบบ ที่กำหนด

มีข้อสังเกตว่า “คู่มือปฏิบัติงาน”  มักได้รับคำแนะนำให้ปรับปรุงจากผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาผลงานอยู่เนื่อง ๆ เป็นเพราะว่าคู่มือปฏิบัติงานจัดทำขึ้นโดยผู้สร้างสรรค์เพียงลำพัง ยังไม่มีการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) เหมือนการตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารวิชาการ

FacebookTwitterGoogle+Share

WebMaster

Leave a Reply