0

การศึกษาวิเคราะห์สภาพอากาศและอุณหภูมิของโรงอาหาร

การศึกษาวิเคราะห์สภาพอากาศและอุณหภูมิของโรงอาหาร

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ภายหลังการปรับปรุง พ.ศ. 2554

ที่ปรึกษาโครงการ
1. รองศาสตราจารย์วีระชัย  สิริพันธ์วราภรณ์    ภาควิชาฟิสิกส์  คณะวิทยาศาสตร์
2. รองศาสตราจารย์นารถธิดา  ตุมราศวิน       รองคณบดีฝ่ายบริหารและการคลัง

คณะทำงานและสัดส่วน
1. นายคำรณ  โชธนะโชติ           หัวหน้างานบริหารและธุรการ  งานบริหารและธุรการ
2. นางสาวชมพูนุท  อินทรปาลิต   หัวหน้าสถานที่  งานบริหารและธุรการ
3. นายไพรัตน์  ศิริเกียรติดำรงค์    หัวหน้าหน่วยซ่อมบำรุง  งานบริหารและธุรการ

บทคัดย่อ        

โครงงานนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาและวิเคราะห์สภาพอากาศและอุณหภูมิของโรงอาหารคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลอุณหภูมิ ความชื้นอากาศ และความแรงลม จำนวน 39 จุด รอบๆ โรงอาหาร เป็นเวลา 9 วัน และนำข้อมูลแรงลม ความชื้นอากาศ และอุณหภูมิ ที่เก็บได้ จำนวน 39 จุด ภายในโรงอาหารไปจัดทำเป็นกราฟแสดงอากาศ ในช่วงเวลาต่าง ๆ ของแต่ละวัน เพื่อวิเคราะห์อุณหภูมิภายในโรงอาหารเปรียบเทียบกับอุณหภูมิโดยรอบ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ Heat Index หรือดัชนีความร้อน ซึ่งเป็นตัวแทนแสดงถึงความร้อนที่มนุษย์รู้สึกได้ โดยจะคำนวณจากการนำเอาอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์มาคำนวณ ผลการวิเคราะห์พบว่า

ข้อมูลทั้งหมดของวันที่มีอากาศเย็น อากาศอุ่น­ และอากาศร้อน ตัวอุณหภูมิของโรงอาหารจะแตกต่างกันออกไปตามพื้นที่และตามอุณหภูมิของวัน ข้อมูลอุณหภูมินี้บ่งบอกให้เห็นชัดเจนว่าหลังคาที่สร้างขึ้นมาใหม่ ช่วยป้องกันแดดได้ดี ทำให้อุณหภูมิของโรงอาหารด้านโรงครัวและซุ้มอาหารไม่สูงมากและน้อยกว่าด้านโต๊ะนั่งทานอาหารในบางกรณีถึง 3°C ก็เป็นได้ ในขณะเดียวกันข้อมูลความชื้นอากาศก็แสดงให้เห็นชัดเจนเช่นเดียวกันว่า หลังคาที่สร้างขึ้นมาใหม่ ช่วยเก็บความชื้นทำให้บริเวณโรงครัวและซุ้มอาหารมีความชื้นสูงกว่าบริเวณโต๊ะทานอาหาร จากการศึกษานี้ ระดับของอุณหภูมิดูเหมือนจะไม่เป็นอันตราย แต่ค่าความชื้นที่สูงของประเทศไทยทำให้การรับรู้ความร้อนที่แตกต่างออกไป อุณหภูมิและความชื้นแสดงให้เห็นในดัชนีความร้อน ที่แสดงถึงความรู้สึกของมนุษย์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในหลายพื้นที่ของโรงอาหารมีค่าดัชนีความร้อนมากกว่า 40°C ในบางกรณีสามารถถึง 50°C ได้ ซึ่งถือว่าร้อนมาก

ข้อเสนอแนะ ควรเปิดพื้นที่มากขึ้นเพื่อให้ลมพัดผ่าน โดยเฉพาะให้พัดผ่านมากขึ้นในบริเวณโรงครัวและซุ้มอาหาร ยกหลังคาให้สูงขึ้น แนะนำให้แม่ค้าเปิดเครื่องดูดควันทุกครั้งที่ทำอาหารจะช่วยลดปริมาณไอน้ำในอากาศได้ และติดพัดลมกำลังสูงหรือพัดลมระบายอากาศที่แรงขึ้น

 

 

Study of weather and temperature conditions of the canteen hall
Faculty of Science, Mahidol University since last renovation in 2011

Khamron Chotanachote, Chompunut Indrapalita, and Phairat Sirikiatdamrong

ABSTRACT

The study aimed to study and analyse the weather conditions and temperature of the canteen of the Faculty of Science, Mahidol University. Research methodologies include collecting data on temperature, humidity and wind-current from 39 different spots within the canteen area for nine days. The acquired data was ploted into graphs representing relative temperature, humidity and wind-current as a function of time during each day and compared with the ambient temperature. The data were analyzed by using a Heat Index which is a representation of humans perception of heat and was calculated from temperature and absolute humidity.

The study reported that among the cold, the warm and the hot days, the temperature of the canteen hall varied differently depending on the spots. The temperature data indicated that the new roof helps in sun-proofing causing the kitchen and food-selling areas to have lower temperature than the dining area, (by a maximum of three degrees Celsius in some cases). The humidity data also demonstrated that the new roof helps in preserving humidity and causes the  humidity around kitchen and food-selling areas to be higher than around the dining area. From this study, the temperature level is harmless but the typically high humidity of Thailand causes people’s perception of temperature to differ greatly. Several areas in the canteen hall had a heat index as high as 40 oC or 50 oC.

From this study, it is suggested that the canteen hall should be a more opened area with higher roof and better ventilation especially around kitchen and food-selling areas. Fume-hoods and ventilating fans should be turned on in order to reduce steam during food preparation.

 

บทนำ

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ประกอบด้วยอาคารใช้งานต่างๆ จำนวน 15 หลัง ซึ่งอาคารอเนกประสงค์ (ตึก M) เป็นอาคารหนึ่งที่ก่อสร้างมานาน และได้ใช้พื้นที่บริเวณชั้น 1 เป็นโรงอาหารสำหรับผู้ปฏิบัติงานและนักศึกษา แต่เนื่องจากคณะวิทยาศาสตร์ ได้ทำการปรับปรุงโรงอาหาร ด้วยงบประมาณเงินรายได้คณะวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์  2553 ถึงวันที่ 11 กรกฎาคม 2553 โดยบริษัท หยางต้า จำกัด ใช้เงินทั้งสิ้น 8,957,000 บาท โดยมีรายการที่ดำเนินการปรับปรุง คือ งานผนังฉาบปูน กรุกระเบื้องเคลือบสี ปูกระเบื้องพื้น จัดทำเคาน์เตอร์ และจัดทำช่องระบายอากาศ เป็นต้น เพื่อให้สามารถรองรับร้านค้าต่าง ๆ จำนวน 32 ร้านค้า อย่างไรก็ตามเมื่อดำเนินการปรับปรุงโรงอาหารแล้วเสร็จ กับพบว่าผู้ที่มาใช้บริการในโรงอาหารและผู้จำหน่ายอาหารรู้สึกว่ามีความร้อนเพิ่มขึ้นไปจากเดิมก่อนที่จะทำการปรับปรุง

จากสภาวะการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอากาศ ซึ่งเป็นมลภาวะทางความร้อนที่เกิดจากสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น การเพิ่มอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศและการลดลงของความชื้นสัมพัทธ์เป็นผลจากการที่สภาพอุณหภูมิเกิดการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้เกิดการใช้พลังงานที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับลักษณะแผนแม่บทการก่อสร้างอาคารที่ซับซ้อนไม่เป็นระเบียบ ทำให้ความสามารถในการถ่ายเทอากาศด้วยลมที่พัดผ่านมีน้อย ทำให้การระบายความร้อนเป็นไปอย่าง ไม่สมบูรณ์ จึงส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน

หลักการ ลดแสงอาทิตย์โดยการสร้างที่กำบังแดด เพิ่มปริมาณของต้นไม้ใหญ่ให้บังอาคารมากขึ้น เพิ่มการถ่ายเทของอากาศในระดับพื้นดิน เพื่อดันความร้อนและมลพิษของอากาศให้ออกไปภายนอก และลดมลภาวะโดยการทำให้อัตราการแพร่กระจายลดน้อยลง ทำให้อัตราการไหลให้ดีขึ้นและติดตั้งจุดที่จะปล่อยความร้อนที่มีผลกระทบน้อยที่สุดในพื้นที่มีอากาศหนาแน่น

ดังนั้น เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริงและถูกต้องตามหลักวิชาการ จึงได้ทำการศึกษาอากาศ ในโรงอาหาร เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ต่อไป

วัตถุประสงค์

เพื่อศึกษาและวิเคราะห์สภาพอากาศและอุณหภูมิของโรงอาหารคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ประโยชน์ที่ได้รับ

ทำให้ทราบถึงการไหลเวียนของอากาศของโรงอาหารมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น สามารถนำข้อมูลที่ได้จากการสร้างแบบจำลองไปประยุกต์ใช้ และนำผลที่ได้จากการศึกษาไปพัฒนาปรับปรุงโรงอาหาร วางแผนปรับปรุงการถ่ายเทของอากาศตามความเหมาะสม และอาจารย์ ผู้ปฏิบัติงานและนักศึกษา มีความพึงพอใจ

ทบทวนวรรณกรรม

หลักทางวิชาการ ลม คือ การไหลของมวลอากาศในบรรยากาศ ซึ่งเกิดจากความแตกต่างของความดันบรรยากาศ โดยมีผลมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่โลกได้รับในบริเวณต่าง ๆ ซึ่งมีค่าไม่เท่ากัน และการหมุนรอบตัวเองของโลก คุณสมบัติของลมสามารถแสดงได้ด้วยความเร็วและทิศทางของลม (มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2551)

ในทางอุตุนิยมวิทยา ลมมักถูกเรียกชื่อตามพลังและทิศทางซึ่งลมพัดมาจาก ลมความเร็วสูงที่พัดมาสั้นๆ เรียก ลมกรรโชก (gust) ลมแรงที่มีระยะการเกิดปานกลาง (ประมาณหนึ่งนาที) เรียก ลมพายุฝน (squall) ส่วนลมที่มีระยะการเกิดนานนั้นมีหลายชื่อตามความแรงเฉลี่ย เช่น ลม (breeze) เกล พายุ เฮอร์ริเคน และไต้ฝุ่น ลมเกิดขึ้นได้หลายขนาด ตั้งแต่พายุฝนฟ้าคะนองที่ไหลเวียนนานหลายสิบนาที ไปถึงลมท้องถิ่นที่เกิดจากการให้ความร้อนจากผิวดิน และเกิดนานไม่กี่ชั่วโมง ไปจนถึงลมทั่วโลกที่เกิดจากความแตกต่างในการดูดซับพลังงานจากดวงอาทิตย์ระหว่างเขตภูมิอากาศบนโลก สองสาเหตุหลักของวงรอบอากาศขนาดใหญ่เกิดจากการให้ความร้อนที่ต่างกันระหว่างเส้นศูนย์สูตรกับขั้วโลก และการหมุนของดาวเคราะห์ (ปรากฏการณ์คอริออลิส) ในเขตร้อน วงรอบความร้อนต่ำเหนือภูมิประเทศและที่ราบสูงสามารถก่อให้เกิดวงรอบมรสุมได้ ในพื้นที่ชายฝั่ง วัฏจักรลมบก ลมทะเลสามารถกำหนดลมท้องถิ่นได้ ในพื้นที่ซึ่งมีภูมิประเทศขึ้น ๆ ลง ๆ ลมภูเขาและหุบเขาสามารถมีอิทธิพลเหนือลมท้องถิ่นได้

พลังงานลม เป็นพลังงานตามธรรมชาติที่เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ ความกดดันของบรรยากาศและแรงจากการหมุนของโลก สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเร็วลมและกำลังลม เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าลมเป็นพลังงานรูปหนึ่งที่มีอยู่ในตัวเอง ซึ่งในบางครั้งแรงที่เกิดจากลมอาจทำให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยพังทลาย ต้นไม้ หักโค่นลง สิ่งของวัตถุต่าง ๆ ล้มหรือปลิวลอยไปตามลม ฯลฯ ในปัจจุบันมนุษย์จึงได้ให้ความสำคัญและนำพลังงานจากลมมาใช้ประโยชน์มากขึ้น เนื่องจากพลังงานลมมีอยู่โดยทั่วไปไม่ต้องซื้อหา เป็นพลังงานที่สะอาดไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสภาพแวดล้อม และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่รู้จักหมดสิ้น พลังงานลมก็เหมือนกับพลังงานแสงอาทิตย์คือ ไม่ต้องซื้อ ซึ่งปัจจุบันได้มีการนำเอาพลังงานลมมาใช้ประโยชน์มากขึ้น พื้นที่ยังมีปัญหาในการวิจัยพัฒนานำเอาพลังงานลมมาใช้งานเนื่องจากปริมาณของลมไม่สม่ำเสมอตลอดปี แต่ก็ยังคงมีพื้นที่บางพื้นที่สามารถนำเอาพลังงานลมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ เช่น พื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเล เป็นต้น ซึ่งอุปกรณ์ที่ช่วยในการเปลี่ยนจากพลังงานลมออกมาเป็นพลังงานในรูปอื่น ๆ เช่น พลังงานไฟฟ้า หรือ พลังงานกล ได้แก่ กังหันลม ซึ่งเป็นเครื่องจักรกลอย่างหนึ่งที่สามารถรับพลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลมให้ เป็นพลังงานกลได้ จากนั้นนำพลังงานกลมาใช้ประโยชน์โดยตรง เช่น การบดสีเมล็ดพืช การสูบน้ำ หรือในปัจจุบันใช้ผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า การพัฒนากังหันลมเพื่อใช้ประโยชน์มีมาตั้งแต่ชนชาวอียิปต์โบราณและมีความต่อเนื่องถึงปัจจุบัน โดยการออกแบบกังหันลมจะต้องอาศัยความรู้ทางด้านพลศาสตร์ของลมและหลักวิศวกรรมศาสตร์ในแขนงต่าง ๆ เพื่อให้ได้กำลังงาน พลังงาน และประสิทธิภาพสูงสุด

การเปลี่ยนแปลงของความเร็วลมตามสภาวะเวลา ความเร็วและทิศทางของลมจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะเวลา ซึ่งทำให้กำลังและพลังงานที่ได้จากลมเปลี่ยนไป และการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ ในช่วงเวลาหนึ่งของวัน หรือการเปลี่ยนแปลงในรอบวันและการเปลี่ยนไปตามฤดูกาล

ระบบระบายอากาศ เป็นการจัดระบบการถ่ายเทอากาศจากภายนอกอาคารเข้ามาภายในอาคารเมื่อมีมนุษย์หรือสัตว์อยู่ภายในตัวอาคาร การระบายอากาศเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องทำเพื่อกำจัดกลิ่นและลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์และมลสารพิษที่มากับอากาศ เช่น ฝุ่น ควัน และสารอินทรีย์ไอระเหย การระบายอากาศมักจะหมุนเวียนโดยการใช้อุปกรณ์ที่อาจจะทำความร้อน ความเย็น ทำความชื้น หรือดูดความชื้นไปด้วยในขณะเดียวกัน นอกจากนั้นการเคลื่อนไหวของอากาศเข้ามาภายในตัวอาคารอาจจะเกิดจากการรุกเข้ามาจากอากาศภายนอกที่ไม่อยู่ในการควบคุม หรือการใช้ระบบการระบายอากาศตามธรรมชาติ ระบบการกรองอากาศที่ก้าวหน้าเช่น การฟอก เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้ในการระบายอากาศโดยการทำความสะอาดอากาศที่เสียและส่งบางส่วนกลับไปหมุนเวียนภายในตัวอาคาร

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

ศุภชัย (2546) ได้ทำการวิจัย เรื่อง แบบจำลองการไหลเวียนของลมในบรรยากาศชั้นล่างของจังหวัดเชียงใหม่ ผลการศึกษาพบว่า การพัดรวมตัวเข้ามาเหนือผิวบริเวณที่มีความกดดันต่ำ และการยกตัวขึ้นอย่างรวดเร็วของอากาศ เป็นสภาพที่พบในวันที่ฝนตกหนัก

พงศักดิ์ (2548) ได้ทำการวิจัย เรื่อง การกำหนดค่าความเร็วลมออกแบบโดยใช้วิธีการทางสถิติ : กรณีศึกษาเขตจำหน่ายของการไฟฟ้านครหลวง ผลการศึกษาพบว่า สถานีกรุงเทพมหานคร มีค่า MAD อยู่ระหว่าง 5.17-6.33 กม./ซม. และสถานีดอนเมือง มีค่า MAD อยู่ระหว่าง 6.38-17.86 กม./ซม. สำหรับ Return Period 20-40 ปี ดังนั้น ค่าความเร็วลมออกแบบสำหรับ Return Period 40 ปี ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรปราการ (สถานตรวจวัดกรุงเทพมหานคร) จะมีค่าความเร็วลมสูงสุด 103.87 กม./ซม. และในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี (สถานีตรวจวัดดอนเมือง) จะมีค่าความเร็วลมสูงสุด 124.39 กม./ซ.ม. ซึ่งจะมีค่าสูงกว่าค่าความเร็วลมตามมาตรฐานของการไฟฟ้านครหลวงที่ใช้ในปัจจุบัน คือ 96 กม./ซม.

ธวัชชัย (2542) ได้ศึกษาความเร็วลมที่ใช้ออกแบบสำหรับอาคารในประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่า ความเร็วลมในภาคใต้ตอนล่างและภาคเหนือตอนบนสุดมีค่ามากที่สุด และความเร็วลมจะมีค่าลดลง จนถึงบริเวณตอนกลางของประเทศ

สุบิน (2547) ได้ศึกษาแนวทางการใช้รูปแบบการไหลเวียนกระแสลมของเรือนไทยในบ้านพักอาศัย ผลการศึกษาพบว่า เรือนไทยเดิมมีระบบการระบายอากาศแบบลมพัดผ่านตลอด การกระจายของกระแสลมภายในอาคารค่อนข้างดี ไม่ว่ากระแสลมภายนอกจะพัดมาในทิศทางใด กระแสลมที่พัดมาในทิศตั้งฉากกับชานทำให้ความร้อนลมเฉลี่ยภายในบ้านทุกพื้นที่สูงสุด โดยเฉพาะบริเวณใต้ถุน ความเร็วลมเฉลี่ยอยู่ในระดับที่รู้สึกสบาย แต่ความเร็วลมเฉลี่ยภายในพื้นที่ห้องต่ำกว่าจะรู้สึกได้โดยส่วนใหญ่ ปัจจัยที่ทำการศึกษาทำให้ความเร็วเฉลี่ยภายในเรือนไทยลดลงเมื่อขาดปัจจัยนั้น ๆ ยกเว้นปัจจัยชายคาที่ทำให้ความเร็วลมเฉลี่ยภายในเรือนไทยเพิ่มขึ้น ส่วนบ้านพักอาศัยกรณีศึกษาในปัจจุบันที่มีรูปแบบการวางกลุ่มอาคารล้อมชานที่แตกต่างกัน แม้จะมีระบบการระบายอากาศแบบลมพัดผ่านที่เหมือนกัน แต่ความเร็วลมเฉลี่ยสูงสุดจะแตกต่างกันมาก โดยการวางกลุ่มบ้านแบบไม่ต่อเนื่อง และกลุ่มบ้านแบบต่อเนื่องบางส่วน เมื่อทิศทางกระแสลมภายนอกทำมุม 45°C กับพื้นที่ชานจะทำให้ความเร็วลมเฉลี่ยภายในบ้านสูงสุดและอยู่ในระดับที่รู้สึกสบาย ในขณะที่กลุ่มบ้านแบบต่อเนื่อง เมื่อทิศทางกระแสลมภายนอกตั้งฉากกับพื้นที่ชานจะทำให้ความเร็วลมเฉลี่ยภายในบ้านสูงสุดแต่อยู่ในระดับที่ไม่อาจรับรู้ได้ ซึ่งหากทำการปรับปรุงโดยเพิ่มระยะห่างระหว่างบ้านที่บังลมกันให้เท่ากัน 2 เท่าของความสูงห้อง ปริมาณช่องเปิดลมเข้า-ออก 60% ความสูงช่องเปิดสูงกว่าพื้นที่ห้อง 0.40 ม. ในตำแหน่งกลางผนัง มีช่องลมตลอดความยาวผนังสำหรับผนังภายในและผนังภายนอกเฉพาะด้านรับลม มีช่องเปิดระหว่างพื้นชานกับพื้นชั้นบน พื้นชั้นล่างยกสูง 1.20 ม. หลังคามีความชัน 60°C ชายคาราบเหนือหน้าต่างมีระยะยื่น 1.60 ม. ห่างจากผนัง 0.80 ม. จะทำให้ความเร็วลมเฉลี่ยภายในบ้านพักอาศัยต้นแบบอยู่ในระดับสบายได้ โดยเมื่อวางบ้านให้ชายตั้งฉากกับทิศทางลมเด่น ความเร็วลมเฉลี่ยภายในบ้านจะเพิ่มขึ้น 6 เท่า เมื่อความเร็วลมภายนอกเท่ากับ 1.35 m/s และจะเพิ่มขึ้น 10 เท่า เมื่อกระแสลมภายนอกเท่ากับ 2.0 m/s

วิธีการศึกษา

นำข้อมูลแรงลม ความชื้นอากาศ และอุณหภูมิ ที่เก็บได้ จำนวน 39 จุด ภายในโรงอาหารไปจัดทำเป็นกราฟแสดงอากาศ ในช่วงเวลาต่าง ๆ ของแต่ละวัน เพื่อวิเคราะห์อุณหภูมิภายในโรงอาหารเปรียบเทียบกับอุณหภูมิโดยรอบ

ระยะเวลา       วันที่ 28 มีนาคม – 1 เมษายน, 4 – 5 และ 7 – 8 เมษายน 2554 เก็บข้อมูล อุณหภูมิ ความชื้นอากาศ และความแรงลม จำนวน 39 จุด รอบ ๆ โรงอาหาร เป็นเวลา 9 วัน

วิธีการทดลอง
ทำการวัดอุณหภูมิ ความชื้นอากาศ และความแรงลม จำนวน 39 จุด รอบ ๆ โรงอาหาร เป็นเวลา 9 วัน โดยทำการวัดที่หลายเวลา เริ่มตั้งแต่เวลา 05.30  06.30  08.00  10.00  11.30  13.00  และ 14.30 น.   ช่วงเวลาเช้าเวลา 05.30 น. เป็นการดูว่าอุณหภูมิของทั้งโรงอาหารเป็นอย่างไรในขณะที่ยังไม่มีกิจกรรมใด ๆ เกิดขึ้นเช่นกัน สำหรับเวลา 14.30 น. เนื่องจากกิจกรรมต่าง ๆ ลดลง ช่วงเวลาระหว่าง 06.00-13.00 น. เป็นช่วงเวลาที่มีกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งทำกับข้าว พร้อมเริ่มขายและมีคนมาซื้อของจำนวนมาก    ข้อมูลที่ได้มาจะนำมาทำการวิเคราะห์ ค่าแรกที่จะใช้คือ Heat Index หรือดัชนีความร้อน ซึ่ง Heat Index ซึ่งเป็นตัวแทนแสดงถึงความร้อนที่มนุษย์รู้สึกได้ โดยจะคำนวณจากการนำเอาอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์  มาคำนวณ จากสมการ HI = c1 + c2T + c3R + c4TR + c5T2 + c6R2 + c7T2R + c8TR2 + c9T2R2 เมื่อ HI = Heat Index, T = temperature in Fahrenheit, R = relative humidity (%) และ  c ต่างๆ คือค่าคงที่ที่มีค่าดังนี้ c1 = -42.38; c2 = 2.049; c3 = 10.14; c4 = -0.2248; c5 = -6.838/1000; c6 = -5.482/100; c7 = 1.228/1000; c8 = 8.528/10000; และ c9 = -1.99/1,000,000.  ความเร็วลมเป็นตัวบ่งบอกว่าลมพัดเข้าออกในโรงอาหารมากน้อยแค่ไหน ซึ่งสามารถนำมาวิเคราะห์รวมกับ Heat Index ได้

หมายเหตุ : ค่านี้ใช้ประชากรสหรัฐอเมริกาเป็นมาตรฐาน ซึ่งความรู้สึกร้อนที่ใช้ไม่น่าจะตรงกับคนไทย (ประชากรไทยน่าจะทนได้มากกว่านี้) แต่อย่างไรก็ตามใช้เป็นค่ามาตราฐานเบื้องต้น

การวิเคราะห์ข้อมูล
1. นำข้อมูลของอุณหภูมิอากาศที่วัดได้ในช่วง 7.00 น. และ 15.00 น. ของวันมาเขียนเป็นเส้นกระจายของอุณหภูมิอากาศ (Isotherm) เพื่อแสดงลักษณะการกระจายตัวของอุณหภูมิ
2. นำข้อมูลของความชื้นสัมพัทธ์ที่วัดได้ในช่วง 7.00 น. และ 15.00 น. ของวันมาเขียนเป็นเส้นกระจายตัวความชื้นสัมพัทธ์ (Isoline of Relative Humidity) เพื่อแสดงการกระจายตัวของความชื้นสัมพัทธ์
3. นำข้อมูลของความเร็วลมช่วง 7.00 น. และ 15.00 น. ของวันมาเขียนเป็นเส้นกระจายความเร็วลม
4. นำข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนา เพื่อวิเคราะห์เชิงปริมาณและสร้างแบบจำลอง ที่เป็นผลลัพธ์ของเหตุปัจจัยต่างๆ ร่วมกัน โดยใช้โปรแกรม MATLAB ซึ่งเป็นโปรแกรมการคำนวณทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม โดยมีการใช้งานตั้งแต่การคำนวณทางคณิตศาสตร์เบื้องต้น สถิติ ความน่าจะเป็น และการใช้งานเฉพาะทาง ตัวโปรแกรมสามารถแสดงผลเป็นรูปแบบต่าง ๆ ได้ทั้ง 2 มิติ และ 3 มิติ ซึ่งในการแสดงผลได้หลากหลายทำให้โปรแกรม MATLAB เหมาะกับการใช้งานจำลองสถานการณ์ หรือการแสดงผลลัพธ์จากกระบวนการหรือสมการที่ยุ่งยากซับซ้อนที่ยากต่อความเข้าใจในรูปแบบของกราฟหรือการแสดงผลแบบต่างๆ และมีฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ให้เลือกใช้ในการคำนวณมากมายทำให้สามารถประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย

ผลการทดลองและวิเคราะห์ผล

ถือเป็นโอกสาสที่ดีของการทดลองนี้ที่ระหว่างทำการเก็บรวบรวมข้อมูลอากาศแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว
จนทำให้สามารถแบ่งข้อมูลออกได้เป็นสามชุด โดยใช้อุณหภูมิเป็นตัวแบ่ง คือ

               – Cold Day (ตัวแทนอากาศหน้าหนาว) มีอุณหภูมิทั้งวันต่ำกว่า 28°C ใช้ข้อมูลวันที่ 29 มีนาคม 2554 เป็นตัวแทน
               - Warm Day (ตัวแทนหน้าฝนที่มีอากาศอบอุ่น) มีอุณหภูมิทั้งวันต่ำกว่า 33°C ใช้ข้อมูลวันที่ 4 เมษายน 2554 เป็นตัวแทน
               - Hot Day (ตัวแทนหน้าร้อน) มีอุณหภูมิช่วงกลางวันสูงกว่า 33°C ใช้ข้อมูลวันที่ 8 เมษายน 2554 เป็นตัวแทน

ผลที่ได้ของวันตัวแทนจะแสดงให้ดูพร้อมวิเคราะห์ผล ภาพที่จะแสดงให้เห็นต่อไปนี้ เป็นแผนภาพที่มีสีแสดงความแตกต่างของข้อมูล โดยตำแหน่งแสดงให้เห็นดังตัวอย่างในรูปที่ 1

Photo_K1

รูปที่ 1 แสดงด้านหน้าของโรงอาหาร ด้านล่างของภาพ คือ ด้านหลังของโรงอาหาร ส่วนพื้นที่สี่เหลี่ยมต่างแสดงพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ของโรงอาหาร จุดดำ ๆ คือ จุดที่ทำการวัดข้อมูล ซึ่งมีทั้งภายในและภายนอกโรงอาหาร

Cold Day
อุณหภูมิของชุดหนาวแสดงในรูปที่ 2ก ตั้งแต่เวลา 05.03-14.30 น. ข้อสังเกตที่ได้จากการเก็บข้อมูลอุณหภูมิในวันที่อากาศเย็น คือ ทุก ๆ ภาพแสดงให้เห็นว่าอุณหภูมิของทุก ๆ พื้นที่ในโรงอาหารใกล้เคียงกันตลอด ถ้าสภาพอากาศหนาวแต่ด้านโรงครัวมีอุณหภูมิต่ำกว่าพื้นที่อื่น ๆ เล็กน้อยไม่ถึงหนึ่งองศา ทั้งนี้เนื่องจากมีหลังคาปิด

Photo_K2

รูปที่ 2ก แสดงอุณหภูมิ (องศาเซลเซียส) ณ เวลาต่างๆ ตามลำดับ (วัน และเวลา แสดงไว้ที่หัวของแต่ละภาพ)

ความชื้นสัมพัทธ์ แสดงในรูปที่ 2ข ตั้งแต่เวลา 05.03-14.30 น. ข้อสังเกตที่ได้จากการเก็บข้อมูลความชื้นสัมพัทธ์ในวันที่อากาศเย็น คือ มีความชื้นค่อนข้างต่ำทั้งวันคือต่ำกว่า 65% โดยมีความชื้นสูงกว่าในตอนเช้าตรู่ ความชื้นนี้จะลดลงตามเวลาเนื่องจากแสงอาทิตย์ ในช่วงเวลาทำการความชื้นเกือบจะเท่า ๆ กันเกือบทุก ๆ ส่วนของโรงอาหาร

Photo_K3

รูปที่ 2ข แสดงความชื้นสัมพัทธ์ (เปอร์เซ็นต์) ณ เวลาต่างๆ ตามลำดับ (วัน และเวลา แสดงไว้ที่หัวของแต่ละภาพ)

ดัชนีความร้อน คำนวณจากข้อมูลอุณหภูมิ (รูปที่ 2ก) และความชื้นสัมพัทธ์ (รูปที่ 2ข) แสดงในรูปที่ 2ค ตั้งแต่เวลา 05.03-14.30 น. ข้อสังเกตที่ได้จากการคำนวณดัชนีความร้อนในวันที่อากาศเย็น คือ คนจะรู้สึกว่าวันนี้ทั้งวันมีอุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส และเกือบจะเท่า ๆ กันเกือบทุก ๆ ส่วนของโรงอาหารและทุก ๆ เวลา เนื่องจากอุณหภูมิที่เย็นและค่าความชื้นต่ำ ดังนั้น ในสภาพอากาศเย็น ไม่ส่งผลต่อทั้งแม่ค้าและลูกค้ามากนักเพราะทุก ๆ คนรู้สึกถึงอากาศเย็น

Photo_K4

รูปที่ 2ค แสดงค่าดัชนีความร้อน (องศาเซลเซียส) ณ เวลาต่าง ๆ ตามลำดับ (วัน และเวลา แสดงไว้ที่หัวของแต่ละภาพ)

ความเร็วลม แสดงในรูปที่ 2ง ตั้งแต่เวลา 05.03-14.30 น. ข้อสังเกตที่ได้จากการวัดความเร็วลมในวันที่อากาศเย็น จากรูปจะเห็นได้ว่าในวันนี้อากาศรอบนอกมีความเร็วลมสูงกว่า สิบฟุตต่อนาที (สังเกตจากแถบสีเหลืองแดงรอบ ๆ รูป โดยเฉพาะ ณ เวลาบ่ายโมง) ในขณะที่ภายในตัวโรงอาหารมีความเร็วลมต่ำมาก หรือไม่มีเลย (สังเกตจากแถบสีน้ำเงิน ในบางพื้นที่มีลมเร็ว ก็เนื่องจากพัดลมที่เปิดภายในโรงอาหาร) หลักฐานนี้ยืนยันให้เห็นว่าแม้ภายนอกจะมีลมแรง แต่ภายในโรงอาหารกลับไม่มีลมพัดผ่านจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง

Photo_K5

รูปที่ 2ง แสดงค่าความเร็วลม (ฟุตต่อนาที) ณ เวลาต่างๆ ตามลำดับ (วัน และเวลา แสดงไว้ที่หัวของแต่ละภาพ)

Warm Day

        อุณหภูมิของชุดหนาวแสดงในรูปที่ 3ก ตั้งแต่เวลา 05.03-14.30 น. ข้อสังเกตที่ได้จากการเก็บข้อมูลอุณหภูมิในวันที่อากาศอุ่น ตอนเช้าอุณหภูมิของวันต่ำประมาณ 28°C สูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามวันจนเกิน 30°C ในหลาย ๆ ส่วนของโรงอาหารโดยเฉพาะบริเวณที่มีโต๊ะอาหาร แต่อุณหภูมิบริเวณโรงครัวด้านหลังโรงอาหารกลับมีอุณหภูมิต่ำกว่าเกือบสองถึงสามองศาเซลเซียส สังเกตจากโทนสีที่แตกต่างกัน แสดงว่าหลังคาที่ปิดอยู่ส่งผลให้อุณหภูมิต่ำกว่าด้านนอก

Photo_K6

รูปที่ 3ก แสดงอุณหภูมิ (องศาเซลเซียส) ณ เวลาต่าง ๆ ตามลำดับ (วัน และเวลา แสดงไว้ที่หัวของแต่ละภาพ)

ความชื้นสัมพัทธ์ แสดงในรูปที่ 3ข ตั้งแต่เวลา 05.03-14.30 น. ข้อสังเกตที่ได้จากการเก็บข้อมูลความชื้นสัมพัทธ์ในวันที่อากาศอุ่น คือ ความชื้นสูงกว่าวันที่อากาศเย็นมาก สูงเกือบ 80% ในตอนเช้าและลดลงในตอนแสงแดดออก ข้อน่าสังเกตคือความชื้นสัมพัทธ์ไม่เท่า ๆ กันทั้งโรงอาหาร บริเวณที่มีความชื้นสูงในช่วงสายของวันคือบริเวณโรงครัวและซุ้มขายอาหาร สาเหตุที่ทำให้ความชื้นในบริเวณนี้สูงกว่าก็เพราะพื้นที่บริเวณนี้มีการปรุงอาหาร
ขายอาหาร มีการต้ม ปรุงอาหารจึงมีน้ำในอากาศสูงกว่าพื้นที่รอบข้าง

Photo_K7

รูปที่ 3ข แสดงความชื้นสัมพัทธ์ (เปอร์เซ็นต์) ณ เวลาต่าง ๆ ตามลำดับ (วัน และเวลา แสดงไว้ที่หัวของแต่ละภาพ)

ดัชนีความร้อน คำนวณจากข้อมูลอุณหภูมิ (รูปที่ 3ก) และความชื้นสัมพัทธ์ (รูปที่ 3ข) แสดงในรูปที่ 3ค ตั้งแต่เวลา 05.03-14.30 น. ข้อสังเกตที่ได้จากการคำนวณดัชนีความร้อนในวันที่อากาศอุ่น  คือ  คนจะรู้สึกว่าวันนี้ร้อนทั้งวัน คือร้อนกว่า 38°C จนถึง 45°C ในพื้นที่โต๊ะอาหารของโรงอาหาร ส่วนพื้นที่โรงครัวหรือบริเวณที่ขายอาหารมีความรู้สึกว่าอุณหภูมิมากกว่า 33°C ตั้งแต่แปดโมงเช้า  ดังนั้น แม้ว่าในวันที่อุ่นอุณหภูมิประมาณ 30°C หรือน้อยกว่า แต่ความรู้สึกของคนที่อยู่ในโรงอาหารจะรู้สึกว่าร้อนกว่านั้น

Photo_K8

รูปที่ 3ค แสดงค่าดัชนีความร้อน (องศาเซลเซียส) ณ เวลาต่าง ๆ ตามลำดับ (วัน และเวลา แสดงไว้ที่หัวของแต่ละภาพ)

ความเร็วลม แสดงในรูปที่ 3ง ตั้งแต่เวลา 05.03-14.30 น. ข้อสังเกตที่ได้จากการวัดความเร็วลมในวันที่อากาศอุ่น พบว่า ทั้งวันแทบไม่มีลมพัดเลย มีเวลา 10.00 น. ที่มีลมพัดด้านนอกเล็กน้อย แต่ด้านในโรงอาหารไม่มีเลย ลมที่เห็นว่าแรงภายในโรงอาหารคือบริเวณที่เปิดพัดลม

Photo_K9

รูปที่ 3ง แสดงค่าความเร็วลม (ฟุตต่อนาที) ณ เวลาต่าง ๆ ตามลำดับ (วัน และเวลา แสดงไว้ที่หัวของแต่ละภาพ)

Hot  Day

        อุณหภูมิของชุดหนาวแสดงในรูปที่ 4ก ตั้งแต่เวลา 05.03-14.30 น. ข้อสังเกตที่ได้จากการเก็บข้อมูลอุณหภูมิในวันที่อากาศร้อน อุณหภูมิขึ้นไปสูงสุดในเวลา 11:30 แต่ทั้งวันตั้งแต่เวลา 10.00 น. อุณหภูมิสูงกว่า 31°C
ในหลาย ๆ ส่วนของโรงอาหารโดยเฉพาะบริเวณที่มีโต๊ะอาหาร แต่อุณหภูมิบริเวณโรงครัวด้านหลังโรงอาหารกลับมีอุณหภูมิต่ำกว่าเหมือนในกรณี ที่ผ่านมา แต่อุณหภูมิต่างกันเล็กน้อยไม่มากเท่ากับกรณี Warm Day แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าหลังคาที่ปิดอยู่ส่งผลให้อุณหภูมิต่ำกว่าด้านนอก

Photo_K10

รูปที่ 4ก แสดงอุณหภูมิ (องศาเซลเซียส) ณ เวลาต่าง ๆ ตามลำดับ (วัน และเวลา แสดงไว้ที่หัวของแต่ละภาพ)

          ความชื้นสัมพัทธ์ แสดงในรูปที่ 4ข ตั้งแต่เวลา 05.03-14.30 น. ข้อสังเกตที่ได้จากการเก็บข้อมูลความชื้นสัมพัทธ์ในวันที่อากาศร้อน ความชื้นสูงเกือบ 80% ในตอนเช้าและลดลงในตอนแสงแดดออกจนต่ำกว่า 70% เช่นกันกับกรณีที่แล้ว คือ ความชื้นสัมพัทธ์ไม่เท่า ๆ กันทั้งโรงอาหาร บริเวณที่มีความชื้นสูงในช่วงสายของวัน คือ บริเวณโรงครัวและซุ้มขายอาหาร แต่ในวันที่อากาศร้อนเปอร์เซ็นต์ความแตกต่างไม่มากนัก

Photo_K11

รูปที่ 4ข แสดงความชื้นสัมพัทธ์ (เปอร์เซ็นต์) ณ เวลาต่าง ๆ ตามลำดับ (วัน และเวลา แสดงไว้ที่หัวของแต่ละภาพ)

          ดัชนีความร้อน คำนวณจากข้อมูลอุณหภูมิ (รูปที่ 4ก) และความชื้นสัมพัทธ์ (รูปที่ 4ข) แสดงในรูปที่ 4ค ตั้งแต่เวลา 05.03-14.30 น. ข้อสังเกตที่ได้จากการคำนวณดัชนีความร้อนในวันที่อากาศร้อน คือ คนจะรู้สึกว่าวันนี้ร้อนมาก ๆ ทั้งวัน เพราะอุณหภูมิจะร้อนกว่า 39°C จนถึง 52°C ตั้งแต่เวลา 10.00-14.00 น. ในทุกพื้นที่  ในเวลา 11:30 น. เป็นเวลาที่คนอยู่โรงอาหารจะรู้สึกว่ามีอุณหภูมิเกือบถึง 50°C การอยู่ในอุณหภูมินี้สามารถทำให้ป่วยได้

Photo_K12

รูปที่ 4ค แสดงค่าดัชนีความร้อน (องศาเซลเซียส) ณ เวลาต่าง ๆ ตามลำดับ (วัน และเวลา แสดงไว้ที่หัวของแต่ละภาพ)

          ความเร็วลม แสดงในรูปที่ 4ง ตั้งแต่เวลา 05.03-14.30 น. ข้อสังเกตที่ได้จากการวัดความเร็วเลมในวันที่อากาศร้อน พบว่า ช่วงสายของวันมีลมพัด แต่ทว่าลมนี้ไม่พัดผ่านเข้าไปด้านในโรงอาหาร ลมที่เห็นว่าแรงภายในโรงอาหาร คือบริเวณที่เปิดพัดลม

Photo_K13

รูปที่ 4ง แสดงค่าความเร็วลม (ฟุตต่อนาที) ณ เวลาต่าง ๆ ตามลำดับ (วัน และเวลา แสดงไว้ที่หัวของแต่ละภาพ)

วิเคราะห์และสรุปผล และข้อเสนอแนะ

จากข้อมูลทั้งหมดของวันเย็น วันอุ่น และวันร้อน จะเห็นได้ว่า ตัวอุณหภูมิของโรงอาหารแตกต่างกันออกไปตามพื้นที่และตามอุณหภูมิของวัน ข้อมูลอุณหภูมินี้บ่งบอกให้เห็นชัดเจนว่าหลังคาที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้ ช่วยป้องกันแดดได้ดี จึงทำให้อุณหภูมิของโรงอาหารด้านโรงครัวและซุ้มอาหารไม่ได้สูงมาก และน้อยกว่าด้านโต๊ะนั่งทานอาหารในบางกรณีถึงสามองศาเซลเซียสก็เป็นได้ ในขณะเดียวกันข้อมูลความชื้นอากาศก็แสดงให้เห็นชัดเจนเช่นเดียวกันว่า หลังคาที่สร้างขึ้นมาใหม่เก็บเอาความชื้นเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหน จึงทำให้บริเวณโรงครัวและซุ้มอาหารมีความชื้นสูงกว่าบริเวณโต๊ะทานอาหาร ตัวอุณหภูมิเองดูเหมือนจะไม่เป็นอันตราย แต่ค่าความชื้นที่สูงของประเทศไทยทำให้ระดับความร้อนที่รู้สึกแตกต่างออกไปมาก

ทั้งอุณหภูมิและความชื้นแสดงให้เห็นในดัชนีความร้อน ที่แสดงถึงความรู้สึกของมนุษย์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในหลายพื้นที่ของโรงอาหารมีค่าดัชนีความร้อนมากกว่า 40°C ในบางกรณีสามารถถึง 50°C ได้ ซึ่งถือว่าร้อนมาก การอยู่ในความรู้สึกร้อนระดับนี้ไม่กี่สิบนาที เช่น การไปทานอาหารกลางวันที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ไม่น่าเกินสามสิบนาที  ย่อมไม่เป็นอันตรายมากนักต่อสุขภาพ  แต่สำหรับแม่ครัว แม่ค้าและพนักงานที่ทำงานในโรงอาหารจะต้องอยู่ในความรู้สึกที่ร้อนมากกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งถือว่าสูงมาก และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้สูงมาก การอยู่ในสภาพที่ร้อนและไม่ได้รับความเย็นเลยจะยิ่งทำให้ร่างกายรู้สึกร้อนมากกว่าที่ดัชนีบ่งบอกทั้งที่สิ่งแวดล้อมไม่ได้เปลี่ยนแปลง คล้ายคลึงกับที่เวลาเราเข้ามานั่งในห้องแอร์ที่ปรับอุณหภูมิเดิมตลอด ตอนแรกเข้ามาจะรู้สึกร้อนมากจนอยากปรับให้เย็นกว่านั้น แต่เมื่อนั่งไปสักครู่ก็รู้สึกเย็น คราวนี้เมื่อนั่งนานมากขึ้นก็จะรู้สึกหนาวจนต้องหาเสื้อผ้ามาใส่เพิ่ม พ่อค้าแม่ค้าที่ทำครัวต้องทนรับความร้อนที่มากกว่า 39°C แต่เช้าของวันที่ร้อนและอุ่น และต้องทนอยู่ในสภาพนั้นโดยอากาศก็มีแต่จะร้อนขึ้นๆ จึงทำให้ร่างกายที่สะสมความร้อนของพ่อค้าแม่ค้ารู้สึกว่าร้อนมาก ๆ มากกว่าที่ลูกค้ารู้สึกหลายเท่า เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มักมาจากห้องทำงานที่เป็นห้องแอร์จึงไม่ได้รับความร้อนที่สะสมมาเป็นเวลานาน

ลม เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความชื้นในอากาศ ถ้ามีลมพัดความชื้นในโรงอาหารจะไม่สูงขนาดนี้ เมื่อความชื้นในอากาศไม่สูง ความรู้สึกร้อนก็จะไม่มากเท่านี้ จากการเก็บข้อมูลจะเห็นว่าแม้ภายนอกจะมีลมพัดก็ตาม แต่ลมนี้ไม่ได้พัดเข้ามาเลยในพื้นที่ของโรงอาหาร แม้ว่าจะเป็นพื้นที่เปิดทั้งสามด้าน

ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงโรงอาหาร คือ การเปิดพื้นที่มากขึ้นเพื่อให้ลมพัดผ่าน โดยเฉพาะให้พัดผ่านมากขึ้นในบริเวณโรงครัวและซุ้มอาหาร การยกหลังคาให้สูงขึ้นอีกและแนะนำให้แม่ค้าเปิดเครื่องดูดควันทุกๆ ครั้งที่ทำอาหารจะช่วยลดปริมาณไอน้ำในอากาศได้ การติดพัดลมกำลังสูงหรือพัดลมระบายอากาศที่แรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้จะแก้ไขแล้ว ถ้าวันที่อากาศร้อนและไม่มีลมด้านนอก พ่อค้าแม่ค้าจะรู้สึกร้อน แต่จะไม่รู้สึกร้อนเท่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

 

เอกสารอ้างอิง

ณรงค์ชัย ประเสริฐศักดา. (2550). การออกแบบปรับปรุงความเร็วลม เพื่อภาวะน่าสบายใต้ถุนอาคารสูง. วิทยานิพนธ์สถาปัตยกรรมกรรมศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร.

ธวัชชัย คนโท. (2542). ความเร็วลมและแรงลมที่ใช้ออกแบบสำหรับอาคารในประเทศไทย. วิทยานิพนธ์วิศวกรรมศาสตร-มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ขอนแก่น

ธิดารัตน์ พงษ์คุณ. (2548). การพัฒนาแบบจำลองคุณภาพอากาศสำหรับสภาวะลมสงบในเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร.

พงศ์ศักดิ์ ธรรมบวร. (2548). การกำหนดค่าความเร็วลมออกแบบโดยใช้วิธีทางสถิติ: กรณีศึกษา เขตจำหน่ายของการไฟฟ้านครหลวง. วิทยานิพนธ์วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร.

มหาวิทยาลัยศิลปากร. (2551). โครงการความร่วมมือด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานระหว่างไทยและกัมพูชา (การศึกษาศักยภาพพลังงานลม). รายงานฉบับสมบูรณ์เสนอต่อกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน. กรุงเทพมหานคร.

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี : (http://th.wikipedia.org/wiki) ค้นหาในวันที่ 7 พฤษภาคม 2555.

วัฒนา ศรีวาจนะ. (2545). ผลของความเร็วลมต่อภาวะสบายเชิงความร้อน. วิทยานิพนธ์วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร.

ศุภชัย นาคะพันธ์. (2546). แบบจำลองการไหลเวียนของลมในบรรยากาศชั้นล่างของจังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่.

สุบิน วงศ์ฟั่น. (2547). แนวทางการใช้รูปแบบการไหลเวียนกระแสลม ของเรือนไทยในบ้านพักอาศัย. วิทยานิพนธ์สถาปัตยกรรมกรรมศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร.

FacebookTwitterGoogle+Share

WebMaster

Leave a Reply